2005/Sep/09

ก้อพอดี เพื่อนๆถามเรื่อง RAID มา จริงๆผมเองไม่มีประสบการณ์พอที่จะให้รายละเอียดได้ เกรงว่าจะผิดพลาด ผมเลยไปถามพี่วี ที่ผมรู้จักซึ่งมีประสบการณ์การทำ RAID มาให้แทนนะคับ

คำถาม : การสร้าง RAID ( softwareRAID )ให้กับ Server ที่เป็น Linux สามารถทำได้อย่างไรค่ะ และ แบบไหนที่ดีสุดค่ะสำหรับธุรกิจที่เป็น SME
RAID คือเทคโนโลยีที่ทำให้ระบบคอมพิวเตอร์มองฮาร์ดดิสก์ตั้งแต่ 2 ตัวเป็นตัวเดียว ประโยชน์ที่ได้รับก็คือพื้นที่เก็บข้อมูลขนาดใหญ่ และความเร็วในการเรียกใช้และจัดเก็บข้อมูลที่เพิ่มขึ้นประมาณ 2 เท่า

ขั้นตอนการติดตั้ง ตามนี้เลยคับ
- ติดตั้ง Red Hat Linux ให้ปลอดภัย (http://thaicert.nectec.or.th/paper/unix_linux/Linux_Installation.php)
- ติดตั้ง RAID บน Linux(http://rd.cc.psu.ac.th/component/option,com_docman/task,doc_download/gid,16/)

ส่วน RAID ที่เหมาะสำหรับธุรกิจที่เป็น SME ล่ะก้อขอแนะนำ
RAID 1 คือเทคโนโลยีที่ทำให้ระบบคอมพิวเตอร์ที่มีการใช้งานฮาร์ดดิสก์ 2 ตัว ทำการบันทึกข้อมูลชุดเดียวกันลงฮาร์ดดิสก์ทั้ง 2 ตัว เสมือนเป็นแบ็คอัพซึ่งกันและกัน ประโยชน์ที่ได้รับก็คือความมั่นใจในการกู้ข้อมูลหากเกิดความเสียหายขึ้นกับฮาร์ดดิสก์ตัวใดตัวหนึ่ง

เกี่ยวกับเทคโนโลยี RAID (http://www.antthai.com/home/tip&trick/raid-tecno.htm)

" รายละเอียด RAID จากเว็บ expert2you.com
RAID 0
RAID 0 เป็นแบบที่ง่ายและเป็นพื้นฐานที่สุดเลย คือ ทำการรวม HDD 2 ตัว (หรือมากกว่า) ให้กลายเป็น HDD ตัวเดียวกัน (เรียกว่า Logic Drive) เช่น ถ้ามี HDD 40G 2 ตัว ตัวแรกจะเป็น C อีกตัวก็จะเป็น D เมื่อเราแปลงเป็น RAID 0 เนื้อที่ของทั้ง 2 ตัวก็จะรวมกันเป็น Drive เดียวกัน ชื่อ C มีขนาด 80G โดยเมื่อแปลงเป็น RAID 0 แล้ว OS และโปรแกรมต่างๆ ก็จะมอง Drive ใหม่นี่ เสมือนเป็น Drive เดีวยวกันที่สามารถอ่านเขียนข้อมูลต่างๆ ได้ตามปกติ
ข้อดีทำให้การอ่านหรือเขียนข้อมูลเร็วขึ้นมาก เพราะมีหัวอ่าน/เขียนข้อมูลเพิ่มมากขึ้น (ในระบบ SCSI นะครับ ถ้า IDE หัวอ่านเพิ่มขึ้น ก็ไม่เร็วขึ้นหรอก ไปอ่านที่ อันแรกก็ได้ครับ) และมันยังขยายเนื้อที่สำหรับเก็บข้อมูลได้ง่ายขึ้นด้วย
ข้อเสีย เนื่องจากมันไม่ได้ทำการสำรองข้อมูลเลย หรือแม้แต่ Parity Bit มันก็ไม่ได้ทำ (แม้แต่นิดเดียว) ถ้า HDD ตัวไหนเสีย มันจะทำให้ Logic Drive ที่เราสร้างขึ้น เสียไปทั้งหมด ข้อมูลของเราก็จะหมดไปด้วย (เศร้า)
RAID 1
RAID 1 ต่างจาก RAID 0 แบบว่า หน้ามือเป็นหลังมือเลย เนื่องจาก RAID 1 จะเก็บข้อมูลทั้งหมดลง HDD ตัวแรก เหมือนการใช้งานทั่วๆ ไป แต่จะมี HDD ตัวที่สองเพิ่มเข้ามา เราเรียก HDD ตัวนี้ว่า MIRRORING หรือ DUPLEXED โดยที่ HDD ตัวทั่สองนี้ จะทำการสำรองข้อมูลจากตัวแรก เพื่อป้องกันการสูญหายของข้อมูล โดยมีข้อกำหนดว่า HDD ทั้ง 2 ตัว ต้องขนาดเท่ากันพอดี ถ้าเป็นไปได้ ควรจะเป็นยี่ห้อ และรุ่นเดียวกันด้วย
ข้อดี อย่างที่เห็นล่ะครับ ข้อมูลจะถูกสำรองไว้ตลอดเวลา ไม่ต้องกลัวว่าจะหายเลย ถ้า HDD ตัวไหนเสีย อีกตัวก็จะขึ้นมาทำงานแทนทันที ถ้าเป็น Server ที่มีระบบ Hot Swap เราสามารถถอด HDD ตัวที่เสีย ไปเปลี่ยน แล้วเอาตัวใหม่มาใส่ได้ทันที โดยไม่ต้องปิดเครื่องเลย เมื่อเราเอา HDD ตัวใหม่มาใส่ ระบบก็จะทำการสำรองข้อมูลไปที่ HDD ตัวใหม่เอง โดยอัตโนมัติ และข้อดีอีกอย่างคือ มันสามารถเลือกที่จะอ่านข้อมูลจาก HDD ตัวไหนก็ได้ ทำให้มันอ่านข้อมูลได้เร็วขึ้น
ข้อเสีย เนื่องจากมันต้องเขียนข้อมูลลง HDD ถึง 2 ตัวต่อข้อมูล 1 ชุด ทำให้ภาระในการเรียนข้อมูลมีมากขึ้นเป็น 2 เท่าเลย ทำให้เวลาในการเขียนข้อมูลมากกว่าปกติ และระบบนี้ใช้เงินเยอะพอสมควร เพราะต้องใช้ HDD 2 ชุด ต่อข้อมูล 1 ชุด
RAID 0 + 1
RAID 0+1 คือการนำข้อดีของ RAID 0 และ RAID 1 มารวมกัน ทำให้มีการรวมเนื้อที่จาก HDD หลายๆ ตัวเข้าด้วยกัน ละมีการทำสำเนาไปพร้อมกันด้วย โดยต้องนำ HDD มาแปลงเป็น RAID 0 จำนวน 2 ชุดก่อน ทำให้ได้ Logic Drive ที่มีเนื้อที่ของ HDD มารวมกัน แล้วจึงสร้าง RAID 1 ขึ้นมาอีกทีจาก Logic Drive ทั้ง 2 ชุด
ข้อดี ตาม RAID 0 รวมกับ RAID 1
ข้อเสีย เปลือง HDD อย่างมาก และถ้า HDD ตัวไหนเสียไป อาจทำให้ Logic Drive เสีย และเจ้งทั้งระบบ
RAID 1 + 0
RAID 1+0 มีการทำงานเหมือนกับ RAID 0+1 เพียงแต่จะเริ่มสร้าง RAID 1 มาก่อน 2 ชุด เพื่อทำการสำรองข้อมูลกันก่อน แล้วค่อยสร้าง RAID 0 ขึ้นมาอีกที เพื่อรวมข้อมูลทั้งหมดเข้าด้วยกัน วิธีนี้เป็นที่นิยมมากกว่า RAID 0+1 อีกนะ (ผมก็ใช้ตัวนี้)
ข้อดี ถ้า HDD ตัวไหนเสีย จะไม่ทำให้ Logic Drive เสียไปด้วย
ข้อเสีย เปลือง HDD มากกว่า RAID 0+1 อีก ;-(
RAID 5
RAID 5 ได้นำข้อดีของ RAID แบบต่างๆ มารวมไว้ในตัวเอง คือ ราคา ประสิทธิภาพ และความสามารถในการป้องกันข้อมูลสูญหาย เพราะ RAID แบบต่างๆ จะมีข้อดีไม่ครบทั้งหมด คืออย่างมากก็ได้แค่ 2 ใน 3 อย่าง RAID 1+0 ประสิทธิภาพดี ป้องกันข้อมูลได้ แต่แพงโคตร RAID 5 ต้องการ HDD 3 ตัวในการทำงาน โดยนำเนื้อที่ของ HDD แต่ละตัวมาเก็บรวมกันเป็น 1 Logic Drive เหมือนการทำงานของ RAID 0 แล้วสร้าง Parity Bit เพื่อใช้กู้ข้อมูลของแต่ละ Drive ขึ้นมาโดยแยกออกไปเขียนใน Drive อื่นๆ เช่น Parity Bit ของ HddA จะนำไปไว้ที่ HddC ของ HddC ก็จะนำไปไว้ที่ HddB ส่วนของ HddB ก็จะนำไปไว้ที่ HddA วนกันไป 555
ข้อดี ข้อมูลไม่หายแน่นอน เพราะมีการเก็บ Parity ไว้ใน HDD แต่ละตัว แล้วความเร็วในการอ่านข้อมูล ก็เยอะมากๆ ด้วย เนื่องจากมี HDD ถึง 3 ตัวนี่
ข้อเสีย เขียนข้อมูลได้ช้ามากๆ เนื่องจากต้องเขียนข้อมูลแล้ว ยังต้องไปเขียน Parity อีก แล้วยังต้องใช้ HDD ถึง 3 ตัว ซึ่งเปลืองมาก (แต่ก็น้อยกว่า RAID 1+0) และอัตราความเร็วในการเขียนข้อมูลก็ช้ามากๆ
การทำ RAID นั้น จะทำได้ทั้งแบบ HardWare คือใช้การ์ดทำ และใช้ SoftWare ทำเป็น RAID อ่ะ บางคนอาจสงสัยว่า มีด้วยเหรอ SoftWare RAID มีครับ แต่มันไม่ดีเท่าไหร่ แนะนำลองไปดูที่ WEB ของ Adaptech ดีกว่าครับ (ตอนนี้เครื่องผมก็ใช้ SoftWare Raid อยู่ครับ เป็น Raid0 นะ)
อ่ะ แต่นิดๆ ก็ได้ การทำ SoftWare RAID จะทำได้โดยใช้โปรแกรม DiskManager หรืออาจจะใช้ OS ที่สนับสนุน SoftWare RAID ก็ได้ เช่น Windows2000 Server ครับ ไปล่ะ "

ข้อมูลเพิ่มเติม (http://www.expert2you.com/view_article.php?cat_sel=50100&art_id=1032)

ต้องขอบคุณพี่วีเป็นอย่างมาก

Comment

Comment:

Tweet


#8 by (203.146.251.145) At 2006-01-04 21:08,
อืมมจากบทความนี้ค่อนข้างดีนะ..เสียอย่างเดียว... อิอิ
#7 by infoseed At 2005-09-10 00:27,
ขอบคุณค่ะ
แค่นี้ก็เข้ามาอย่างลึกซึ้ง แต่ก็จะพยายามจะเข้าใจมากกว่านี้
ขอบคุณมากค่ะ
#5 by Lomographer~*Ryuabeem At 2005-09-10 00:12,
จากที่สอบถามมาก้อน่าจะช้านะคับ เพราะมันเล่นทำทุกอย่างเลย
ทั้งต้อง backup ตรวจสอบความถูกต้อง แล้วต้องทำกับ harddisk 3 ตัว มันก้อน่าจะช้าน่ะคับ เหมือนทำงานเดิมๆ 3 ครั้ง ถ้า SME พี่เค้าแนะนำว่า แค่ Backup ก้อน่าจะพอแล้ว น่ะคับ
แต่บีใช้ RAID 5 แต่มีคนบอกว่าถ้าใช้ software raid สำหรับ linux มันจะช้ามาก
#3 by Lomographer~*Ryuabeem At 2005-09-09 23:58,
ไม่เป็นไรคร้าบ ผมจะได้ลงบล็อกไว้เป็นความรู้ บางอันมันก้อยังไม่รู้เหมือนกันน่ะ
ขอบคุณมากค่ะ
ไม่กล้าถามอีกเลยนะเนี่ยะ
เกรงใจจังเลย
ขอบคุณมากค่ะ
ขอ add blog นี้นะค่ะ
#1 by Lomographer~*Ryuabeem At 2005-09-09 23:53,